คลังสารสนเทศดิจิทัล

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (Institutional Digital Repository).

คลังสารสนเทศดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ เอกสารทางวิชาการ และทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลของมหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย และการเข้าถึงองค์ความรู้ของสังคมในระดับประเทศและนานาชาติ

คลังสารสนเทศดิจิทัลนี้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้อย่างง่ายดาย ผ่านระบบการจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณะชน อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

โดยบุคลากร นักศึกษาสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อเข้าถึงบริการต่าง ๆ แบบทั้งหมด ด้วย บัญชีผู้ใช้ของมหาวิทยาลัย (e-Passport)

Communities in Repository

Select a community to browse its collections.

Now showing 1 - 5 of 18

Recent Submissions

  • Item type:Item,
    การสูญเสียอิเล็กโทรไลท์และน้ำในร่างกายจากการออกกำลังกาย
    (Rajamangala University of Technology Srivijaya, 2018) Vassakorn Khoployklang | วรรษกร ขอพลอยกลาง; Kiattisak Makkaew | เกียรติศักดิ์ มากแก้ว; Niramol Tongsopon | นิรมล ทองโสภณ
  • Item type:Item,
    การพัฒนาวิธีวินิจฉัยโรคข้อและสมองอักเสบในแพะด้วยเทคนิคชีวโมเลกุล
    (Rajamangala University of Technology Srivijaya, 2018) Nijjareeya Sirisriro | นิจจารีย์ญา ศิริศรีโร; Morakot Saengrung | มรกต แสงรุ่ง; Porntip Thongmanee | ภรณ์ทิพย์ ทองมณี; Sopida Puttasupa | โสภิดา พุทธะสุภะ
    โรคข้อและสมองอักเสบในแพะเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสสามารถพบได้แพะทุกช่วงอายุ แพะที่ได้รับเชื้ออาจจะไม่แสดงอาการ เป็นตัวแพร่ระบาดของเชื้อไปยังแพะตัวอื่น ๆ และมีผลผลิตลดลง ทำให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะ โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเทคนิคการตรวจจัดการติดเชื้อไวรัสข้อและสมองอักเสบในแพะสองเทคนิค คือ PCR และ LAMP มียีน CAEV gag เป็นเป้าหมาย ให้มีความจำเพาะต่อเชื้อสายพันธุ์ในประเทศไทย สามารถตรวจการติดเชื้อได้แม่นยำ และสามารถพัฒนาต่อยอดไปเป็นชุดตรวจที่ทำงานในภาคสนามได้ จากผลการทดสอบพบว่าทั้ง PCR และ LAMP มีความจำเพาะต่อการตรวจค่อนข้างสูง เนื่องจากให้ผลลบต่อเชื้อที่เป็นปรสิตในเลือดที่มีการระบาดในประเทศไทย สำหรับความไวในการตรวจพบว่า PCR มีค่าความไวของเทคนิคที่ 0.1 ng/µl ส่วนค่าความไวในการตรวจด้วยเทคนิค LAMP โดยทั่วไปจะค่าประมาณ 0.01 ng/µl เทคนิค LAMP ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมงในการทำ ใช้เวลาน้อยกว่า PCR ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งหมดในการทำงานประมาณ 4-6 ชั่วโมง
  • Item type:Item,
    ค่าโลหิตวิทยา ค่าเคมีโลหิต และปรสิตในโคชน
    (Rajamangala University of Technology Srivijaya, 2019) Vassakorn Khoployklang | วรรษกร ขอพลอยกลาง; Kosit Areekit | โฆษิต อารีย์กิจ; Nijjareeya Sirisriro | นิจจารีย์ญา ศิริศรีโร
    ค่าทางโลหิตวิทยาและปรสิตในเลือดมีความสำคัญต่อการตรวจสุขภาพ วินิจฉัยโรคและการพยากรณ์โรคในโคชน คณะผู้วิจัยจึงได้ศึกษาและวิเคราะห์ค่าทางโลหิตวิทยาต่างๆ ได้แก่ จำนวนเม็ดเลือดแดง จำนวนเม็ดเลือดขาว จำนวนเกล็ดเลือด ฮีโมโกลบิน ฮีมาโตคริต ปริมาณเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ย ปริมาณเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ความเข้มข้นเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง การตรวจนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล อีโอสิโนฟิล เบโซฟิล โมโน และลิมโฟไซต์ จากการศึกษาในตัวอย่างเลือดโคชนจำนวน 1,255 ตัวพบว่า ค่าเฉลี่ยของค่าโลหิตวิทยาต่างๆ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับค่าอ้างอิงมาตรฐานที่ใช้ในปัจจุบัน และมีการตรวจพบปรสิต Trypanosoma spp. จำนวน 66 ตัว ซึ่งค่าโลหิตวิทยาของโคชนที่ตรวจพบปรสิตมีค่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับค่าอ้างอิงมาตรฐาน
  • Item type:Item,
    การติดตามสถานภาพการตั้งท้องและระดับความสมบูรณ์พันธุ์ในกวางเลี้ยงด้วยการวิเคราะห์หาสารเตียรอยด์ในอุจจาระด้วยวิธีการที่ไม่ล่วงล้ำร่างกาย
    (Rajamangala University of Technology Srivijaya, 2019) Sineenat Kembubpha | สินีนาฎ เข็มบุบผา; Jakkapong Muangsab | จักรพงษ์ เมืองทรัพย์
    อุจจาระของแม่กวางม้า และทรายดาว ในโครงการสวนป่าหนองเขื่อน จำนวน 12 ตัวหลังคลอด จะถูกนำมาวิเคราะห์หาระดับฮอร์โมนเอสโทรเจน และโปรเจสเทอโรน โดยการศึกษานี้มุ่งเน้นที่จะตรวจหารูปแบบทางสรีรวิทยาระบบสืบพันธุ์ของกวางพื้นเมือง และลูกผสมสายพันธุ์ที่ผลิตได้ภายในโครงการ ตั้งแต่ระยะเวลา และระดับของโปรเจสเทอโรน และเอสโทรเจนที่เพิ่มหรือลดลงภายหลังการตกลูก และระดับของฮอร์โมนเอสโทรเจนที่เพิ่มขึ้นเมื่อแม่กวางจะกลับเข้าสู่การเป็นสัดอีกครั้ง ในช่วงที่ทำการศึกษาทดลอง จะมีการเก็บอุจจาระสดจากแม่กวางม้า 6 ตัว และลูกผสมทรายดาว 6 ตัว หลังการคลอดสัปดาห์ละ 2 ครั้งจนกว่าจะแสดงอาการว่าเข้าสู่ระยะเอสทรัสหลังคลอดครั้งแรก วงรอบการเป็นสัดของกวางจะอยู่ที่ 22 ค่า โปรเจสเทอโรนหลังคลอดวันแรกอยู่ที่ 100.79 ng/ml และมีการเพิ่มขึ้นอีกใน 1 สัปดาห์หลังคลอด แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงระดับเอสโทรเจนอย่างเด่นชัด โดยจะพบการลดต่ำลงหลังคลอดเช่นเดียวกัน และจะเริ่มกลับมาสูงขึ้นเมื่อคลอดลูกได้อย่างน้อย 2 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าระบบสืบพันธุ์ของแม่กวางกำลังจะเข้าสู่ภาวะปกติ และสามารถกลับเข้าสู่วงรอบการเป็นสัดอีกครั้ง การศึกษาในครั้งนี้ เป็นการศึกษาปริมาณฮอร์โมนที่มีเป้าหมายว่าจะใช้เป็นค่าพื้นฐานของระดับฮอร์โมนรังไข่ในช่วงวงรอบการเป็นสัด เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลในการนำไปใช้ เมื่อการเลี้ยงกวางในประเทศไทยเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง การมีค่าพื้นฐาน โดยเฉพาะค่าที่ศึกษาในกวางลูกผสมน่าจะเป็นข้อมูลที่สามารถพัฒนาระบบการเลี้ยงกวางในประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Item type:Item,
    การทดสอบประสิทธิภาพการต้านฤทธิ์ สต๊าฟฟิลโลคอดคัส ซูดินเตอร์มีเดียส ที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบเป็นหนองในสุนัขทางห้องปฏิบัติการของครีมสารสกัดเปลือกมังคุด
    (Rajamangala University of Technology Srivijaya, 2018) Sineenat Kembubpha | สินีนาฎ เข็มบุบผา; Supaporn Kanchanasilatip | สุภาพร กาญจนศิลาธิป; Pornpavee Wongkul | พรปวีณ์ วงศ์กูล
    การทดสอบประสิทธิภาพการต้านฤทธิ์ สต๊าฟฟิลโลคอคคัสซูดินเตอร์มีเดียส ที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบเป็นหนองในสุนัขทางห้องปฏิบัติการของครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุด สินีนาฎ เข็มบุบผา1สุภาพร กาญจนศิราธิป2และพรปวีณ์ วงศ์กูล2 บทคัดย่อ โรคผิวหนังอักเสบเป็นหนองในสุนัข มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก สต๊าฟฟิลโลคอคคัสซูดินเตอร์มีเดียสจัดว่าเป็นภาวะที่พบบ่อยทางคลินิก โรคก่อให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ทำให้เกิดการหายขาดมีการรักษาซ้ำแล้วซ้ำอีกส่งผลให้แบคทีเรียมีการดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ซึ่งส่งผลทั้งต่อตัวสัตว์ และสามารถก่อโรคในเจ้าของสัตว์ได้ การใช้สารรักษาทางเลือกเพื่อหลีกเลี่ยงการทนต่อยาปฏิชีวนะของแบคทีเรียจึงถูกนำมาอย่างแพร่หลาย มังคุด ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งซึ่งถูกนำมาใช้ในการศึกษาวิจัยจนพบว่ามีฤทธิ์ต้านการเจริญของแบคทีเรีย รา และไวรัสจำนวนมาก การวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากเปลือกมังคุด และสูตรสมุนไพรสกัดเพื่อนำมาใช้ในการต้านแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบเป็นหนองในสุนัขมาตรฐาน คือ เอส.ซูดินเตอร์มีเดียส เอทีซีซี49051 จัดเป็นการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อนำมาใช้กับผิวหนังติดเชื้อ และเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบเหลือใช้ในท้องถิ่นด้วยการนำเปลือกมังคุดมาหั่น อบแห้ง และสกัดด้วยเอทานอล95% จากนั้นนำไประเหิดและอบแห้งด้วยความเย็น ก่อนจะนำมาทดสอบหาฤทธิ์ต้านเชื้อด้วยวิธีแพร่ผ่านกระดาษกรอง และการเจือจางในอาหารเลี้ยงเชื้อ นำค่าความเข้มข้นที่สามารถต้านฤทธิ์แบคทีเรียได้มาเข้าสูตรปรุงเป็นครึมรักษาโรคผิวหนังอักเสบเป็นหนองในสุนัขหลังทำการทดสอบค่าคงตัวของสารสกัดจากเปลือกมังคุดแล้ว ผลการศึกษาพบว่า ค่าต่ำสุดที่สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเอส. ซูดินเตอร์มีเดียส เอทีซีซี 49051 คือ 125 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ค่าตำสุดของสารสกัดที่สามารถฆ่าเชื้อ เอส. ซูดินเตอร์มีเดียส เอทีซีซี 49051 คือ 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร สารสกัดจากเปลือกมังคุดมีความคงตัวต่อสภาวะเครียดต่างๆ ได้ดี ยกเว้น ความเป็นเบส ปริมาณสารสกัดเปลือกมังคุดเมื่อนำมาปรุงเป็นครีมแล้ว คือ 16 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ซึ่งมีแนวโน้มสามารถนำไปใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาภาวะผิวหนังอักเสบเป็นหนองได้ในขั้นต่อไป